เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 09/11/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 19/04/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 12


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
โรงเรียนดนตรีเล็กๆ ที่สร้างขึ้นได้ด้วยความฝัน และอยู่ได้ด้วยหัวใจที่รักศิลปะและดนตรี ค่ะ
Herbal-Lover สินค้าสมุนไพร 100% มีทั้งสบู่สำหรับผิวหน้าและผิวกาย และ มาส์กโคลน แก้สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย
ฝากไฟล์ อัพโหลด
เสื้อผ้า Paul Frank
Great Inkjet

แบบสอบถามออนไลน์
เครื่องที่ท่านใช้อยู่เป็นหัวพิมพ์อะไร
Xaar
Seiko
Konica
Mimaki epson
Loland epson
Indoor Novajet
Indoor Hp
อื่นๆ



บทความ
ประวัติวันสงกรานต์ และนางสงกรานต์ ปี2553 (อ่าน 8035/ตอบ 0)

พอดีช่วงนี้ว่างนั่งดูข่าวก็เลยสงสัยว่าวันสงกรานต์ เนี่ยนางสงกรานต์ชื่ออะไร เลยนั่งค้นข้อมูลเล่นๆ ได้มาไว้เยอะ ก็เลยไม่อยากเก็บไว้คนเดียว จึงเอามอัพเดทข้อมูลวันสงกรานต์เพื่อเป็นความรู้เล่าสู่กันฟังครับ เครดิตข้อมูลทั้งหมด ยกให้ข้อ10 ของเนื้อหาครับ

 

เนื้อหาโดยรวม

1 ตำนานนางสงกรานต์
2 คำทำนายเกี่ยวกับสงกรานต์
3. ความเป็นมาของสงกรานต์ ปีใหม่ไทย
4 วันในเทศกาลสงกรานต์
5 กิจกรรมในวันสงกรานต์
6 สงกรานต์ในแต่ละท้องที่
7 พื้นที่เด่นในการจัดงานสงกรานต์ในประเทศไทย
8 สังคมวิจารณ์
9 คำขวัญวันสงกรานต์
10 อ้างอิง
 

วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ

วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์

 

1. ตำนานนางสงกรานต์


             ตามจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกล่าวตามพระบาลีฝ่ายรามัญว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่ง รวยทรัพย์แต่อาภัพบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราที่มีบุตรสองคน วันหนึ่งนักเลงสุราต่อว่าเศรษฐีจนกระทั่งเศรษฐีน้อยใจ จึงได้บวงสรวงพระอาทิตย์ พระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไร้วี่แววที่จะมีบุตร อยู่มาวันหนึ่งพอถึงช่วงที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมน้ำ พอถึงก็ได้เอาข้าวสารลงล้างในน้ำเจ็ดครั้ง แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น รุกขเทวดาเห็นใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ไม่ช้าพระอินทร์ก็มีเมตตาประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม "ธรรมบาล" ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้กุมารน้อยนี้ว่า ธรรมบาลกุมาร และได้ปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้กุมารนี้อยู่อาศัย

             ต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ซึ่งภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่าง ๆ แก่คนทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารว่า ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นธรรมบาลกุมารจึงขอผัดผ่อนกับท้าวกบิลพรหมเป็นเวลา 7 วัน

             ทางธรรมบาลกุมารก็พยายามคิดค้นหาคำตอบ ล่วงเข้าวันที่ 6 ธรรมบาลกุมารก็ลงจากปราสาทมานอนอยู่ใต้ต้นตาล เขาคิดว่า ขอตายในที่ลับยังดีกว่าไปตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหม บังเอิญบนต้นไม้มีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียเกาะทำรังอยู่ นางนกอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารแห่งใด สามีตอบนางนกว่า เราจะไปกินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย ด้วยแก้ปัญหาไม่ได้ นางนกจึงถามว่า คำถามที่ท้าวกบิลพรหมถามคืออะไร สามีก็เล่าให้ฟัง ซึ่งนางนกก็ไม่สามารถตอบได้ สามีจึงเฉลยว่า ตอนเช้า ศรีจะอยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุก ๆ เช้า ตอนเที่ยง ศรีจะอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ส่วนตอนเย็น ศรีจะอยู่ที่เท้า คนจึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน ธรรมบาลกุมารก็ได้ทราบเรื่องที่นกอินทรีคุยกันตลอด จึงจดจำไว้

             ครั้นรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ทุกประการ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบาทบาจาริกาพระอินทร์มาประชุมพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าจะตั้งไว้ยังแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนำพานมารองรับ แล้วก็ตัดเศียรให้นางทุงษะ ผู้เป็นธิดาองค์โต จากนั้นนางทุงษะก็อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ

             จากนั้นมาทุก ๆ 1 ปี ธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมแห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานตามเดิม ในแต่ละปีนางสงกรานต์แต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์ ดังนี้

นางสงกรานต์แต่ละวันมีนามใด และทรงอาวุธอะไรบ้าง - นางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนาง จะมีนาม  อาหาร  อาวุธ  และสัตว์ที่เป็นพาหนะต่างกัน ตามแต่ละวันในสัปดาห์ ดังนี้
           
- วันอาทิตย์  นามทุงสะ ทัดดอกทับทิม  เครื่องประดับปัทมราค หรือปัทมราช(พลอยสีแดง) ภักษาหารมะเดื่อ หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือสังข์  มีครุฑเป็นพาหนะ

- วันจันทร์ นาม นางโคราคะ ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน  หัตถ์ขวาถือพระขรรค์ หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีเสือเป็นพาหนะ 

- วันอังคาร  นามนางรากษส (ราก-สด)ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต  หัตถ์ขวาถือตรีศูล  หัตถ์ซ้ายถือธนู  มีสุกร เป็นพาหนะ

- วันพุธ นาม นางมณฑา ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์  ภักษาหารนมเนย หัตถ์ขวาถือเหล็กแหลม หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีคัสพะ(ลา)เป็นพาหนะ 

- วันพฤหัสบดี  นาม นางกิริณี ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต  ภักษาหารถั่วงา  หัตถ์ขวาถือขอช้าง หัตถ์ซ้ายถือปืน มีช้างเป็นพาหนะ

- วันศุกร์ นามนางกิมิทา ทัดดอกจงกลนี  เครื่องประดับบุษราคัม  ภักษาหารกล้วยน้ำ  หัตถ์ขวาถือพระขรรค์  หัตถ์ซ้ายถือพิณ มีมหิงสา (ควาย)เป็นพาหนะ

- วันเสาร์ นาม นางมโหทร  ทัดดอกสามหาว(ผักตบ) เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือตรีศูล  มีนกยูงเป็นพาหนะ


ส่วนอิริยาบถ ที่นางสงกรานต์ขี่พาหนะมา อันเป็นการบอกช่วงเวลาว่า  พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษเวลาใด ของวันมหาสงกรานต์ จะมีด้วยกัน 4 ท่า โดยมีความหมาย ดังนี้

1. ถ้ายืนมาบนพาหนะ หมายถึง พระอาทิตย์ยกสู่ราศีเมษในระหว่างเวลารุ่งเช้าจนถึงเที่ยง     
2. ถ้านั่งมาบนพาหนะ หมายถึงช่วงเที่ยงจนถึงค่ำ    
3. ถ้านอนลืมตามาบนพาหนะ หมายถึงช่วงค่ำไปจนถึงเที่ยงคืน   
4. ถ้านอนหลับตามาบนพาหนะ  หมายถึง เที่ยงคืนไปจนถึงรุ่งเช้า

ความเชื่อ คำทำนายโบราณเกี่ยวกับนางสงกรานต์ และวันสงกรานต์ จากหนังสือตรุษสงกรานต์ของ อาจารย์สมบัติ พลายน้อย  ได้มีการกล่าวถึงความเชื่อ ที่เกี่ยวเนื่องนางสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์ วันเนา  และวันเถลิงศกไว้อย่างน่าสนใจหลายประการ ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับอิริยาบถของ นางสงกรานต์  เชื่อว่า

1. ถ้านางสงกรานต์ ยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้   
2. ถ้านางสงกรานต์ นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้  ผู้คนล้มตายและเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ
3. ถ้านางสงกรานต์นอนลืมตา  ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข  
4. ถ้านางสงกรานต์นอนหลับตา พระมหากษัตริย์จะเจริญรุ่งเรืองดี  

 

2. คำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสงกรานต์  วันเนา และวันเถลิงศก ก็มีว่า

         1. ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วันมหาสงกรานต์  ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเนา ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ

         2. ถ้าวันจันทร์ เป็นวันมหาสงกรานต์  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ

         3. ถ้าวันอังคาร เป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็นวันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล

         4. ถ้าวันพุธ เป็นวันมหาสงกรานต์  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ  ถ้าวันพุธเป็นวันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง  แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่  ถ้าวันพุธเป็นวันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิต จะมีความสุขสำราญ

         5. ถ้าวันพฤหัสบดี เป็นวันมหาสงกรานต์  ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์ จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม

         6. ถ้าวันศุกร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์  ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็นวันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็นวันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก

         7. ถ้าวันเสาร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม  จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง  ถ้าวันเสาร์เป็นวันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็นวันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวง จะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู

นอกจากนี้ ยังมีคำพยากรณ์อันเป็นความเชื่อทางล้านนา อีกตำราว่า

- ถ้าวันมหาสงกรานต์ตรงกับวันอาทิตย์ นางสงกรานต์ชื่อ นางแพงศรี ปีนั้นข้าวจักแพงมากนัก คนทั้งหลายจักเป็นพยาธิ(เป็นโรค) ข้าศึกจักเกิดมีกับบ้านเมือง หนอนแมลงจักลงกินพืชไร่ข้าวนา ฝนตกบ่ทั่วเมือง คนมั่งมีเศรษฐีจักฉิบหาย คนเกิดวันพุธมีเคราะห์ คนเกิดวันเสาร์มีโชคลาภ 

- ถ้ามหาสงกรานต์ตรงกับวันจันทร์ นางสงกรานต์ชื่อมโนรา ปีนั้นงูจักเกิดมีมาก คนทั้งหลายจักเกิดเป็นพยาธิมากนัก  ฝนหัวปีดี หางปีบ่พอดี  ข้าวกล้าลางที่ดี ลางที่ก็บ่ดี  คนเกิดวันอังคารมีเคราะห์ คนเกิดวันพุธมีโชค 

- หากตรงกับวันอังคาร นางสงกรานต์ชื่อ รากษสเทวี ปีนั้นฝนหัวปีดี กลางปีไม่ดี ปลายปีดีมาก ข้าวไร่ข้าวนาจักเสีย ลูกไม้บ่มีหน่วยหลาย(ได้ผลน้อย)  บ้านเมืองจักเกิดกลียุค แมลงมีปีกจักทำร้ายพืชผักข้าวกล้ามากนัก คนเกิดวันอาทิตย์มีเคราะห์  เกิดวันพฤหัสบดีมีโชค 

- หากตรงกับวันพุธ นางสงกรานต์ชื่อ มันทะหรือมณฑา ปีนั้นฝนตกบ่ทั่วเมือง หัวปีมีมาก กลางปีน้อย ข้าวในนาจะได้ครึ่งเสียครึ่ง ของบริโภคจะแพง ขุนนางขุนเมืองจะตกต่ำ  คนเกิดวันศุกร์มีเคราะห์ คนเกิดจันทร์และวันเสาร์มีโชค 

- ถ้าตรงกับวันพฤหัสบดี นางสงกรานต์ชื่อ นางกัญญาเทพ ปีนั้นฝนตกเสมอต้นเสมอปลายชอบตามฤดูกาล ผู้เป็นเจ้าเป็นใหญ่จักมีอันตราย ช้างม้าวัวควายจักตายมากนัก ไพร่ราษฎรจักอยู่ดีมีสุข ขุนใหญ่ ปุโรหิต พระสงฆ์จักเป็นทุกข์ คนเกิดวันศุกร์มีเคราะห์ คนเกิดวันอาทิตย์มีโชค

- ถ้าตรงกับวันศุกร์ นางสงกรานต์ชื่อ ริญโท ปีนั้น ฝนตกหัวปีดี กลางปีบ่มีหลาย เพลี้ย บุ้งจักกัดกินทำร้ายข้าวนาพืชไร่ อันตรายจักเกิดมีแก่สมณพราหมณ์ สัตว์น้ำจะแพง พืชผักจะถูก คนเกิดวันพุธจักมีเคราะห์ คนเกิดวันพฤหัสบดีมีโชค  

- หากตรงกับวันเสาร์ นางสงกรานต์ชื่อสามาเทวี  ปีนั้นฝนแล้ง  แมลงต่างๆ จักทำร้ายพืชไร่มากนัก  ไฟจักไหม้บ้านไหม้เมือง เกิดอัคคีภัยใหญ่ ข้าวยากหมากแพง คนเกิดวันจันทร์มีเคราะห์  คนเกิดวันศุกร์มีโชค

นางสงกรานต์ปี 53
'มณฑาเทวี' ถึงแดงเดือดก็ 'ไม่ดุ?'

ไม่ว่ามาถึงวันนี้สถานการณ์การเมือง “ม็อบแดง” จะเป็น เช่นไร ยังไง ๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเมืองไทยก็จะก้าวเข้าสู่ “เทศกาลสงกรานต์” เทศกาลปีใหม่แบบไทย ๆ ที่โดยปกติแล้วคนไทยจะชื่นมื่นกัน...
   
"สงกรานต์ 2553" คนไทยส่วนใหญ่อาจ  “หดหู่”  อีกครั้ง
   
แต่ดูจากประกาศสงกรานต์-คำทำนาย...ก็ไม่แย่เท่าไหร่ ??
   
ว่ากันตามข้อมูลเกี่ยวกับสงกรานต์ ในส่วนของ “นางสงกรานต์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำทำนาย นางสงกรานต์มี 7 นาง มีชื่อ การแต่งกาย อาหาร อาวุธ สัตว์พาหนะ ต่างกันไปตามวันที่เป็น “วันมหาสงกรานต์”
   
ถ้าวันมหาสงกรานต์เป็นวันอาทิตย์ นางสงกรานต์ชื่อ ทุงษ เทวี, วันจันทร์ นางสงกรานต์ชื่อ โคราคเทวี, วันอังคาร นางสงกรานต์  ชื่อ รากษสเทวี, วันพุธ นางสงกรานต์ชื่อ มณฑาเทวี, วันพฤหัสบดี นางสงกรานต์ชื่อ กิริณีเทวี, วันศุกร์ นางสงกรานต์ชื่อ กิมิทาเทวี,  วันเสาร์ นางสงกรานต์ชื่อ มโหธรเทวี
   
ทั้งนี้ องค์ประกอบต่าง ๆ ของนางสงกรานต์ อิริยาบถของนางสงกรานต์ รวมถึงวันมหาสงกรานต์ วันเนา วันเถลิงศก เหล่านี้จะถูกใช้ในการทำนายทายทักความเป็นไปของบ้านเมืองในแต่ละปี
    
           “ประกาศสงกรานต์ ปี พ.ศ. 2553” นี้ โดยสรุปคือ... ปีขาล (เทวดาผู้หญิง ธาตุไฟ) โทศก จุลศักราช 1372 ทางจันทรคติเป็นอธิกมาส ทางสุริยคติเป็นปกติสุรทิน วันที่ 14 เมษายนเป็นวันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันพุธ นางสงกรานต์ทรงนามว่า “มณฑาเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนม เนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จ ยืนมา เหนือหลังคัทรภะ (ลา) วันที่ 16 เมษายนเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ปีนี้วันอังคารเป็นธงชัย วันพฤหัสบดีเป็นอธิบดี วันจันทร์เป็นอุบาทว์ วันเสาร์เป็นโลกาวินาศ ปีนี้เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีเตโช (ไฟ) น้ำน้อย สำหรับเกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 5 ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ (ด้วงกับแมลง) จะได้ผลกึ่ง-เสียกึ่ง
    
           ในเมื่อปีนี้วันมหาสงกรานต์เป็นวันพุธ วันเนาก็คือวันพฤหัสบดี และวันเถลิงศกคือวันศุกร์ ซึ่งคำทำนายกว้าง ๆ นั้น วันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ, วันพฤหัสบดีเป็นวันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ, วันศุกร์เป็นวันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก ซึ่งคำทำนายโดยรวมสำหรับสงกรานต์ปี 2553 นี้ ก็ประมาณนี้
   
ทั้งยังมีการตีความจากนางสงกรานต์ว่า “ไม่ดุ” 
    
             ขณะที่ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ระบุถึงสงกรานต์ปี 2553 นี้โดยยึดโยงกับคำทำนายบ้านเมืองว่า... เป็น “สงกรานต์ศุภเคราะห์” มหาสงกรานต์ตรงกับวันพุธ วันพุธเป็น “วันศุภเคราะห์” นางสงกรานต์ชื่อ “มณฑาเทวี” ชื่อไพเราะ สวยก็สวยประหลาด งามบาดใจ ใคร ๆ หลงใหลทั้งตำบล “จะมีการแสดงความคิดเห็น การเจรจาต่อรอง มีวิวาทะเกิดให้เห็นตลอดทั้งปี”
    
             นางสงกรานต์ทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา แก้วไพฑูรย์เป็นอาภรณ์ ภักษาหารนมเนย อ้วนท้วนสมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่าปีนี้นางสงกรานต์ ไม่ได้ดื่มเลือด  ทว่าพระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม “จะมีอุบัติเหตุ เสียดแทง เลือดออกซิบ ๆ ซึม ๆ ประปรายตลอดทั้งปี” แต่พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า ก็จะคอยค้ำยันไม่ให้ล้ม 
    
             มณฑาเทวีเสด็จยืนมาบนหลังคัทรภะ หรือลา “นางสงกรานต์ขี่ลา ยืนมา หน้าบ้องแบ๊ว น่าจะอ่อนโยนขึ้น การที่นางสงกรานต์ขี่ลาเป็นการขี่พาหนะผิดประเภทหรือเปล่า ต้องให้มีการตีความ แต่ผลกระทบคือ ทำให้การคมนาคมติดขัดมีปัญหา ลาออกมาเพ่น พ่านเต็มถนน ทำให้รถติด เดินทางไม่ได้ เดินทางไม่สะดวก มีลาเป็นหมื่น เป็นแสน หลากกลุ่ม หลากสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม เรื่องความรุนแรง น่าจะพอทำเนา เพลา ๆ ความรุนแรงลงจากที่ผ่านมาไปได้บ้าง”
    
             อ.ภิญโญระบุอีกว่า... สิ่งที่น่าสังเกตคือการที่นางสงกรานต์เสด็จยืนมาบนหลังลา ซึ่งเรื่องอิริยาบถนางสงกรานต์นั้น มีหลักการทางโหราศาสตร์ที่สอนกันมาแต่โบราณ ว่าอิริยาบถนางสงกรานต์นั้น ถ้าพระอาทิตย์ยกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เวลารุ่งอรุณถึงเที่ยงวัน นางสงกรานต์จะยืน จะรู้สึกขะมักเขม้น เอาการเอางานดี 
    
             คำพยากรณ์อิริยาบถนางสงกรานต์ปีนี้คือ “ผู้บริหารราชการแผ่นดินน่าจะขะมักเขม้น เอาการเอางานดี เอาใจใส่ปกครองดูแลบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข บางคนอาจถามว่าลาตัวนี้เป็นลาโง่หรือเปล่า ก็ให้ไปถามนักการเมืองฝ่ายต่าง ๆ ดูเอาเอง” แต่จะอย่างไรก็ตาม ดูที่ตัวนางสงกรานต์จะสำคัญกว่า 
    
             นายกสมาคมโหราศาสตร์ฯ ยังบอกด้วยว่า... ถึงแม้ว่าลาอาจจะโง่ หรือแสดงอาการโง่ให้เห็น แต่อิริยาบถที่แสดงอาการยืนบนหลังพาหนะของนางสงกรานต์นั้นน่าสนใจ เพราะอาการยืนแสดงถึงการเอาใจใส่ “ก็ยังดีกว่าทอดทิ้งประชาชน ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยสมัครพรรคพวกฉ้อฉลปู้ยี่ปู้ยำประเทศ”
   
เป็นคำทำนายที่ “ดี-ไม่ดี” ก็ย่อมสุดแท้แต่ใครจะมอง
   
แต่ว่ากันโดยภาพรวม...ก็น่าจะถือว่า “พอทน ???”.


3. ความเป็นมาของสงกรานต์ ปีใหม่ไทย

             สงกรานต์ตามคตินิยมโบราณ นิยมสรงน้ำพระและผู้เฒ่าผู้แก่อันเป็นการแสดงความเคารพนับถือแสดงความกตัญญูและเพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุขสงกรานต์ เป็นประเพณีปีใหม่ของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนามและมณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกาและทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึงการเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี หรือคือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างประเทศเรียกว่า "สงครามน้ำ"

             สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี

             พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ

             การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

                                                   

4.วันในเทศกาลสงกรานต์

             ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม ประกาศสงกรานต์อย่างเป็นทางการจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งแต่โบราณมา กำหนดให้วันแรกของเทศกาล เป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า  "วันมหาสงกรานต์" [ต้องการอ้างอิง] วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" และวันสุดท้าย เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า "วันเถลิงศก" โดยมึสูตร หา หรคุณจูเลียน (JD) [ต้องการอ้างอิง] วันมหาสงกรานต์ และ วันเถลิงศกดังนี้

JD วันมหาสงกรานต์ = ปัดลง[(292207* (พ.ศ.-1181) -559)/800] + 1954167
JD วันเถลิงศก= ปัดลง[(292207* (พ.ศ.-1181) +1173)/800] + 1954167
จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน[ต้องการอ้างอิง] (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) ซึ่งบางปีก็อาจจะตรงกับวันใดวันหนึ่ง


5. กิจกรรมในวันสงกรานต์

             การทำบุญตักบาตร ถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง และ อุทิศส่วนกุศลนั้นแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญแบบนี้มักจะเตรียมไว้ล่วงหน้า นำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัด ซึ่งจัดเป็นที่รวมสำหรับทำบุญ ในวันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จแล้ว ก็จะมีการก่อพระทรายอันเป็นประเพณีด้วย 
 
             การสรงน้ำพระการรดน้ำ เป็นการอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน น้ำที่รดมักใช้น้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา

             การสรงน้ำพระจะรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด และบางที่จัด สรงน้ำพระสงฆ์ ด้วย บังสุกุลอัฐิ กระดูกญาติผู้ใหญ่ที่ตายแล้ว มักก่อเป็นเจดีย์ แล้วนิมนต์พระไปบังสุกุล

             การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้ใหญ่มักจะนั่งลงแล้วผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำรดที่มือท่าน ท่านจะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด ถ้าเป็นพระก็จะนำผ้าสบงไปถวายให้ท่านผลัดเปลี่ยนด้วย หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง ผ้าขาวม้าไปให้

             การดำหัว ก็คือการรดน้ำนั่นเอง แต่เป็นคำเมืองทางภาคเหนือ การดำหัวเรียกกันเฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ผู้สูงอายุ คือการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หรือ การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่ใช้ในการดำหัวส่วนมากมีผ้าขนหนู มะพร้าว กล้วย และ ส้มป่อย

             การปล่อยนกปล่อยปลา ถือเป็นการล้างบาปที่ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้มีแต่ความสุขความสบายในวันขึ้นปีใหม่

             การนำทรายเข้าวัด ทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิตโชคลาภ ให้มีความสุขความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด


6. สงกรานต์ในแต่ละท้องที่

         สงกรานต์ 4 ภาค

              -สงกรานต์ภาคเหนือ (สงกรานต์ล้านนา) หรือ"ประเพณีปี๋ใหม่เมือง" อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เริ่มตั้งแต่ "วันสังขารล่อง" (13 เม.ย.) ที่มีการทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล "วันเนา" หรือ "วันเน่า" (14 เม.ย.) วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี "วันพญาวัน" หรือ "วันเถลิงศก" (15 เม.ย.) วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย "วันปากปี" (16 เม.ย.) ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆเพื่อขอขมาคารวะ และ "วันปากเดือน" (17 เม.ย.) เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆออกไปจากตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา


              -สงกรานต์ภาคอีสาน นิยมจัดกันอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามากไปด้วยความอบอุ่น โดยคนอีสานจะเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า" หรือ "ตรุษสงกรานต์" บางพื้นที่จะเรียกว่า “เนา” และจะถือฤกษ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นเวลาเริ่มงานโดยพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราช จากนั้นญาติโยมจะจัดเตรียมน้ำอบหาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอขมาลาโทษจากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน


              -สงกรานต์ภาคใต้ ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิมที่ภาคใต้แล้ว สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง พวกเขาจึงถือเอาวันแรกของสงกรานต์ (13 เม.ย.) เป็น "วันส่งเจ้าเมืองเก่า"  โดยจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป ส่วน "วันว่าง" (14 เม.ย.) ชาวนครจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด และสรงน้ำพระพุทธรูป และวันสุดท้ายเป็น "วันรับเจ้าเมืองใหม่" (15 เม.ย.) จะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามส่งท้ายสงกรานต์ประเพณีสงกรานต์


              -สงกรานต์ภาคกลาง เริ่มขึ้นในวันที่ 13 เมษายน เป็นวัน"มหาสงกรานต์" วันที่ 14 เป็น "วันกลาง" หรือ "วันเนา"  วันที่ 15 เป็นวัน "วันเถลิงศก" ทั้ง 3 วันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย


         สงกรานต์ตามประเพณีที่แตกต่าง

                   สงกรานต์ผูกสายสิญจน์เชื่อมโยงพระธาตุสองแผ่นดิน หรือสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ไทย-ลาว ณ อ.เมือง และ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ในงานจะมีการฮดสรง หรือสรงน้ำพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 แห่ง ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย 
                   สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ หรือประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ณ เกาะสีชัง และเกาะขามใหญ่ จ.ชลบุรี ภายในงานมีกิจกรรมเช่น พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ พิธีกองข้าวบวงสรวง รดน้ำดำหัว การก่อพระเจดีย์ทราย การละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือกระทะ เรือชักกะเย่อ มวยตับจาก ปาลูกดอก แข่งขันตะกร้อลอดบ่วง การแสดงดนตรี และประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ 
                   สงกรานต์นางดาน หรือเทศกาลมหาสงกรานต์เมืองนครศรีธรรมราช จัดขึ้น ณ สวนศรีธรรมาโศกราช สนามหน้าเมือง หอพระอิศวร สำหรับกิจกรรมภายในเทศกาลสงกรานต์เมืองนครนี้ จะมีมหกรรมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง กิจกรรมนั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องลิกอร์ นั่งสามล้มโบราณชมเมืองเก่า พิธีพุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 6 แหล่ง จตุคามรุ่นสรงน้ำ 50 เป็นต้น


         สงกรานต์แปลกแหวกแนว

             สงกรานต์ปาร์ตี้โฟม มีพื้นที่ปาร์ตี้โฟมที่ปิดล้อมด้วยพลาสติกใส 
             สงกรานต์ล่องเรือสาดน้ำ เช่นที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน นักท่องเที่ยวสามารถพบความสนุกสนานจากการนั่งเรือหางยาวสาดน้ำสงกรานต์กับชุมชนริมสองฟากฝั่งคลอง และยังได้ชมสวนกล้วยไม้ ทำบุญให้อาหารปลา หรือแวะซื้อขนมหวาน ผลไม้จากแพ และมีไกด์คอยบรรยายและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 
             หาดใหญ่ มิดไนท์ สงกรานต์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์และการสาดน้ำในยามค่ำคืน ณ ถนนเสน่หานุสรณ์
 และถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. โดยเทศกาลนี้ได้เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547


         สงกรานต์ในต่างประเทศ
                 สงกรานต์ในกลุ่มชาวไต ชาวไต หรือชาวไท ในสิบสองปันนา โดยเฉพาะเมืองจี่งหง หรือเมืองเชียงรุ่ง จะจัดงานสาดน้ำสงกรานต์ ในวันที่ 13-15 เมษายน [2]โดยเรียกว่างานเทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ย


7. พื้นที่เด่นในการจัดงานสงกรานต์ในประเทศไทย

                - ภาคเหนือ

     ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง: 13 - 15 เมษายน บริเวณทั่วเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 
     ประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ ศรีสัชนาลัย: 13 -15 เมษายน บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 
     ประเพณีสงกรานต์อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย : 13 -15 เมษายน บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 
     ประเพณีสงกรานต์ "ดอกลมแล้งบาน สงกรานต์เมืองแป้ นุ่งหม้อห้อมแต้งามตา" : 11 -17 เมษายน บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ จังหวัดแพร่ 


                 -ภาคอีสาน

     มหาสงกรานต์อีสานหนองคาย (สงกรานต์ไทย-ลาว) : 6 - 18 เมษายน บริเวณหาดจอมมณีแม่น้ำโขงและวัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย 
     สงกรานต์นครพนม รื่นรมย์บุญปีใหม่ไทยลาว: 12 - 15 เมษายน อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม 
     สุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน-เสียงแคนและถนนข้าวเหนียว: 8 - 15 เมษายน บริเวณบึงแก่นนคร และถนนศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น 


                  - ภาคกลาง

     มหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร: 8 - 15 เมษายน บริเวณสนามหลวง ถนนข้าวสาร และรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Summer Fave 2007 city on the beach: 12 - 16 เมษายน ลานเซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ปีนี้คงงดครับ
     ประเพณีสงกรานต์กรุงเก่า: บริเวณรอบเกาะเมืองอยุธยา 
     ประเพณีสงกรานต์พระประแดง: 17 - 19 เมษายน บริเวณเทศบาลเมืองพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 
     งานประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ : 18 - 19 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์ จังหวัดชลบุรี 
     ประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน: 16 - 17 เมษายน บริเวณชายหาดบางแสน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 
     งานประเพณีสงกรานต์ศรีมหาราชาและประเพณีกองข้าว: 19 - 21 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะเกาะลอย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 
     ประเพณีสงกรานต์เกาะสีชัง: 13 - 19 เมษายน บริเวณเกาะสีชังและเกาะขามใหญ่ จังหวัดชลบุรี


           - ภาคใต้

     งานเทศกาลมหาสงกรานต์เมืองนครศรีธรรมราช แห่นางดาน: 11- 15 เมษายน บริเวณวัดพระบรมธาตุ และบริเวณสวนศรีธรรมโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 
     Songkran the Water Festival on the Beach: 12 - 16 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะโลมา และเดอะพอร์ต ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต 
     หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์: 12 - 13 เมษายน บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศและถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
     งานสงกรานต์เมืองสุราษฎร์: 13 เมษายน บริเวณ ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ถนนตลาดใหม่ และศาลหลักเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
     งานสงกรานต์เกาะสมุย:13-14 เมษายน บริเวณ หาดเฉวง หาดละไม และถนนรอบเกาะสมุย เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี


แม่งานใหญ่ของงานเทศกาลตามพื้นที่เหล่านี้ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และทางจังหวัด

8. สังคมวิจารณ์

                ประเพณีสงกรานต์สมัยใหม่ ณ ถนนข้าวสารวันสงกรานต์เสมือนกับวันครอบครัวที่สมาชิกกลับมารวมตัวกัน นอกจากนั้นยังมีการเล่นน้ำเพื่อความสนุกสนานและคลายร้อน อย่างไรก็ตามในการเล่นน้ำในหลายกรณีมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การสาดน้ำใส่ผู้ที่ไม่ต้องการเล่นสงกรานต์ การลวนลามสตรีโดยการปะแป้งถูกเนื้อต้องตัว ฯลฯ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจจะปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้


9. คำขวัญวันสงกรานต์

                ในปี 2552 นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการให้คำขวัญในวันนี้ในข้อความว่า "สงกรานต์สมานสามัคคี สืบทอดประเพณี ทุกชีวีปลอดภัย"

                ในปีนี้ พ.ศ. 2553 มีการประกวดคำขวัญโดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีคำขวัญว่า "สงกรานต์สร้างสรรค์ ยึดมั่นประเพณี ปลอดภัยทุกชีวี สามัคคีทั่วไทย" นายพรเทพ ประดิษฐ์ชัยกุล ชนะการประกวดคำขวัญประจำปีนี้


10. อ้างอิง

  • blog siam1932 http://www.oknation.net/blog/SIAM1932/2010/04/09/entry-2
  • ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : อมรรัตน์ เทพกำปนาท สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
    อัพเดทโดย : ศศิวิมล 
    http://variety.mcot.net/inside.php?docid=2068
  • สงกรานต์.เน็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • สงกรานต์ที่แตกต่าง โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 เมษายน 2550 17:12 น.
  • สมชัย ใจดี และ ยรรยง ศรีวิริยาภรณ์, ประเพณี และ วัฒนธรรมไทย, สำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช ,2530, หน้า 41-42
  • อุระคินทร์ วิริยะบูรณะ และคณะ, พรหมชาติ ฉบับหลวง, กรุงเทพฯ:สำนักงาน ลูก ส. ธรรมภักดี, ม.ป.ป., หน้า 512-513
  • ประชาชนชนชาติไตของสิบสองปันนาของมณฑลหยูนหนานฉลองเทศกาลสาดน้ำ 
  • เขตสิบสองปันนาจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ของชนชาติไต
  • เรื่องเดียวกัน, หน้า 514
  • ประกาศผลการประกวดคำขวัญวันสงกรานต์ ๒๕๕๓ “สงกรานต์สร้างสรรค์ ยึดมั่นประเพณี ปลอดภัยทุกชีวี สามัคคีทั่วไทย”  http://www.culture.go.th/www/th/news_detail.php?id=601
  • ที่มา-เดลินิวส์ 9เม.ย 53 หน้า3และวิกีพีเดีย



หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//